ความอ่อนแอมีอยู่ในตัวของทุกคน ความอ่อนแอถือว่าเป็นจุดอ่อนชนิดหนึ่งของจิตใจ ไม่ว่าความอ่อนแอนั้นจะเกิดมาจากความจำอันเจ็บปวดในอดีต ฝังเป็นปมเล็กๆอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจ ถ้ามีเหตุการณ์ในปัจจุบันเกิดขึ้นให้ได้รับรู้หรือไปกระตุ้นปมเล็กๆปมนั้น เราอาจจะทำพฤติกรรมที่ผิดพลาดลงไปได้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลย
ภายในจิตใจของแต่ละคน อาจจะมีความทรงจำที่แย่ในอดีต เป็นความทรงจำที่เลวร้าย จนจิตใจจำฝังลึกลงไปเป็น"ปมด้อย"
...
เด็กน้อยคนหนึ่ง เติบโตมาในครอบครัวเล็กๆ ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย จนถึงวันที่ต้องเข้าเรียนวันแรก
การที่ต้องเข้าเรียนอนุบาลวันแรก มันเหมือนหนังดราม่าน้ำตาท่วมจอเรื่องหนึ่ง การที่ต้องยืนมองแม่ค่อยๆเดินจากไป(หลังจากที่มาส่งเข้าห้องเรียน)จนลับสายตา น้ำตามันก็พรั่งพรู ทะลักล้นออกมา
ทุกครั้งที่ว่างจากกิจกรรมของครู เด็กน้อยจะมานั่งหน้าห้องเรียน เหม่อมองไปที่ถนน คิดว่า เมื่อไหร่นะ..ที่แม่จะมารับเราซักที??
แว๊บแรก ที่เห็นแม่เดินมารับกลับบ้าน แม่คงไม่รู้หรอกว่า... แม่ได้พก"ความสุขก้อนโต" มาให้เด็กอนุบาลคนนี้ด้วย
เด็กน้อยมักจะมานั่งเหม่อลอยคอยมองหาแม่เป็นประจำ จนทำให้เด็กน้อยไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
เวลาผ่านไป เด็กน้อยเรียนชั้นประถมแล้ว ด้วยการที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ ผอม ดำ ชอบทำอะไรตัวคนเดียว จึงถูกเพื่อนๆแกล้งเป็นประจำ
กิจกรรมปิดตารุมตีหัว เอาของไปซ่อน โดนเตะ โดนต่อย เด็กน้อยเจอมาจนชินชา
เวลาพักเที่ยง เด็กน้อยจะรีบลงไปซื้อทอดมัน 2 ไม้ พร้อมขอน้ำจิ้มเยอะๆ เพื่อจะนำมาราดข้าวเปล่า ที่ใส่อับข้าวมากินมื้อเที่ยงบนห้องเรียน เมื่อกินอิ่มแล้ว ก็จะเดินลงไปกินน้ำที่ก๊อกน้ำหัวทองเหลือง หน้าโรงอาหาร เป็นแบบนี้ประจำ
เด็กน้อยจะเหลือเงินไว้ซื้อผลไม้ ร้านยายแก่ๆคนนึง ตอนเย็นหลังเลิกเรียนเป็นประจำ เด็กน้อยสงสารยายแก่ ที่ต้องลำบากมาขายของ ใครจะว่าร้านของยายแก่สกปรก แต่เด็กน้อยไม่เคยรังเกียจเลยซักนิดเดียว
บรรยากาศโรงเรียนตอนโพล้เพล้ เป็นบรรยากาศที่เด็กน้อยต้องพบเจอเป็นประจำ เพราะต้องนั่งรอแม่มารับกลับบ้าน แม่ต้องทำงานหนัก บางวันงานเยอะก็มารับกลับบ้านช้า
วันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าแม่มีงานเยอะ แม่ก็จะพาเด็กน้อยและพี่ชายไปช่วยงานด้วย แม้จะอยากดูการ์ตูนช่อง9ตอนเช้ามากแค่ไหนก็ตาม...
แม่ของเด็กน้อยตอบแทนการไปช่วยทำงานด้วยการพาไปซื้อเครื่องเกมส์แฟมิลี่ แม่ใจดีที่สุด เรื่องจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง ถ้าเด็กน้อยไม่ทะเลาะกับพี่ชายเรื่องการเลือกตลับเกมส์ซะก่อน...
ด้วยบุคลิกที่เป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ครูประจำชั้นจึงมอบทุนอาหารกลางวันให้เด็กน้อย เด็กน้อยดีใจ ....จะได้กินข้าวในถาดหลุมอลูมิเนียมซะที..
เด็กน้อยรอว่าเมื่อไหร่ คุณครูจะนำบัตรอาหารกลางวันมาให้เขา ประจวบกับวันนั้น เพื่อนของเด็กน้อยไม่อยากกินข้าวในโรงอาหาร จึงให้บัตรเด็กน้อยไปกินแทน
เด็กน้อยคิดว่า อย่างไงเขาก็ได้โครงการอาหารกลางวันแล้ว การเอาบัตรเพื่อนไปกินก็คงไม่ได้ผิดอะไร
เที่ยงวันนั้น เด็กน้อยเดินเข้าโรงอาหารด้วยใบหน้าเบิกบาน ยื่นบัตรให้นักเรียนเวรตรวจ เดินไปหยิบถาดหลุม เดินต่อแถวยื่นถาดให้เขาตักอาหารใส่ถาด เดินมานั่งที่โต๊ะ ข้าวในถาดหลุมในฝัน..
แต่....ยังไม่ทันจะได้ตักข้าวใส่ปาก ครูที่คุมโรงอาหารก็มาดึงตัวให้ตามเขาไปคุยในร้านสหกรณ์
เด็กน้อยถูกตั้งข้อหาเอาบัตรของเพื่อนมาใช้ เพราะชื่อที่บัตรกับชื่อที่ปักบนเสื้อไม่ตรงกัน เด็กน้อยบอกเหตุผลของเขาว่า เขาได้โครงการอาหารกลางวันแต่บัตรยังไม่ออก น่าจะใช้บัตรเพื่อนแทนไปก่อนได้
ครูไม่ฟังเหตุผล เด็กน้อยถูกต่อว่าต่อขาน ถูกครูหยิกที่แขน ต่อหน้าเด็กๆที่มาซื้อของในร้านสหกรณ์
...
แววตาที่หยามเหยียดของครูท่านนั้น เด็กน้อยจำได้ฝังใจ
ปมเล็กๆปมนี้ ได้มัดแน่นอยู่ภายในจิตใจของเด็กน้อย เพียงเพราะแค่ "อาหารมื้อเที่ยง" มื้อเล็กๆในถาดหลุมอลูมิเนียม แค่นั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น