วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558
ประทินผิว
ร่างกายมนุษย์มีผิวหนังเป็นอวัยวะที่คอยปกปิดห่อหุ้มอวัยวะภายในอื่นๆ มนุษย์ให้ความสำคัญกับผิวหนังมากที่สุด สรรหาเครื่องประทินผิวเพื่อจะดูแลให้มันคงสภาพเดิมไว้ ไม่ให้เสื่อมไปตามกาลเวลา
ตั้งแต่เด็กเราไม่เคยสนใจที่จะดูแลผิวหนังเลย อาบน้ำเสร็จ ทาแป้งนิดหน่อยก็จบแล้ว ห่วงแต่จะไปเล่นท่าเดียว กว่าจะรู้สึกตัวว่า เฮ้ย...ต้องหาครีมมาทาหนังหน้าบ้างซะแล้ว ก็โน้น....ตอนเข้าสู่วัยรุ่น
ผมเริ่มดูแลผิวหน้าก็เพราะทำตามพี่ชาย เรื่องทาครีมบนใบหน้าผมไม่ค่อยเน้น แต่เน้นแบบหนักแน่นไปที่โลชั่นเช็ดหนังหน้าซีบรีส(Sea Breeze) ซีบรีสถือเป็นนวัตกรรมที่กระชากใจวัยรุ่นในยุค'90มาก มีให้เลือกใช้หลากหลายสูตร หลายสี แต่จะให้เร้าใจที่สุด ต้อง"สีฟ้า"
ไม่ว่าจะเวลาไหน จะหลังล้างหน้า หลังกินข้าวเที่ยง หลังจากโดนครูด่า จะหลังอะไร เวลาไหนเราก็หยิบขวดซีบรีสบีบใส่สำลีแล้วเช็ด ยิ่งเช็ดก็ยิ่งรู้สึกสะอาด สดชื่น ยิ่งเห็นสำลีที่เช็ดหนังหน้ามีสิ่งสกปรกติดออกมาด้วยยิ่งสะใจ นี่แหน่ะ!!! บีบใส่สำลี ทาอีกรอบ..
เราหลงเพลิดเพลินในความสะอาดของซีบรีส แต่ไม่ได้คิดถึงผลข้างเคียงของมันเลย หลังจากมีเพื่อนๆเริ่มบ่นให้ฟังถึงความร้ายกาจที่แอบแฝงมากับซีบรีส บางคนก็ว่าใช้ไปนานๆจะแพ้ บางคนก็ว่าหน้าเละ สิวแห่กันมาทั้งจักรวาล ผิวหนังหน้าจะบางลง จมูกจะบี้ ตาจะบอด ฯลฯ (อี2ข้อหลังนี่มันฟังแล้ว หดหู่จัง)
ผมเริ่มไม่ค่อยมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์นี้ซะแล้ว ผมจึงหันไปคบกับครีมทาหน้ายี่ห้อเฮสลีน สโนว์(Hazeline Snow) หรือเรียกกันง่ายๆว่า ครีมภูเขา ทาครั้งนึงนี่ก็นะ...อืม ขาวเด่นมาก
เวลาว่างๆ ผมจะหาซื้อผง"สมุนไพรสุภาภรณ์" มาเพิ่มประสิทธิภาพความกระจ่างของใบหน้า เริ่มจากซองสีเหลืองขัดหนังหน้าไปก่อน 1 รอบ แล้วค่อยตามด้วยผงพอกหนังหน้าซองสีเขียว ตอนพอกหน้าจะได้อารมณ์เหมือนเล่นดินสอพองงานวันสงกรานต์ แต่มันมีความเย็นเพิ่มเข้ามา พอล้างออก คุณจะพบกับความกระจ่างใสแบบไร้ปรานี แต่10นาทีผ่านไป แม้ง...ดำเหมือนเดิม
ปัญหาเรื่อง"สิว" ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับวัยรุ่นจริงๆ ช่วงวัยรุ่นใบหน้าของผมจะไม่ค่อยมีสิวมารบกวนซักเท่าไหร่ แต่พี่สิว แกจะมาเยือนตอนช่วงที่จะมีกิจกรรมพิเศษๆ อย่างเช่น ....อีก 2 วัน ที่โรงเรียนจะจัดงานกินเลี้ยงปีใหม่ พี่สิวแกก็แวะมาเยือน(ดีมากๆ) ....วันมะรืน จะนัดเจอสาวๆ พี่สิวแกก็แวะมาหาอีกเช่นเดิม พี่สิวแกคงรู้ว่าเราเครียด แกเลยส่งสิวเลเวลสูงสุดมาเยือน "สิวหัวช้าง" โอ้วหม้ายนะ!!
ถือว่าเป็นช่วงเวลาวิกฤตระดับที่4 ต้องหาวิธีมาจัดการไอ้สิวเม็ดนี้ไปให้ได้ บางคนแนะนำว่า ปล่อยไว้เฉยๆเดี่ยวมันก็หายไปเอง(ข้อนี้ทำไม่เคยได้เลย) บ้างก็ว่าเอากอเอี๊ยะมาติดที่หัวสิว อื่นๆอีกเยอะแยะ แต่วิธีที่ผมเลือกจะทำก็คือ.. บีบ !!
การบีบสิว ใช่ว่าจะบีบกันสุ่มสี่สุ่มห้า เราจะต้องสังเกตุว่าการอับเสบของสิวมาถึงระดับใด ถ้าเม็ดสิวปูดโปนขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟฟูจิ และที่ยอดภูเขาไฟมีสีเหลืองของหนองนิดๆ นั่นก็หมายความว่า ภูเขาไฟใกล้จะระเบิดแล้วล่ะ
ถ้าสิวเม็ดใหญ่ๆ การบีบอาจจะทำให้หัวสิวมีความเร่งออกจากแก้มพุ่งไปสู่กระจกได้ และสิ่งที่จะตามมาก็คือ ลาวา...
หลังจากนั้นไม่นาน พี่สิวจะค่อยๆจากเราไป แต่พี่แกกลัวว่าเราจะลืมเรื่องที่แกเคยมาเยือนบนใบหน้าเรา แกจึงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า ....ขอบใจนะ
...
ช่วงม.ต้น ในสังคมของเพื่อนๆตอนนั้น เรื่องทรงผมก็มาแรงพอๆกับการดูแลใบหน้า พอมีเวลาว่างเป็นต้องแวะเข้าห้องน้ำไปแอบใส่น้ำมันใส่ผมยี่ห้อ"แอคชั่น"
การใส่น้ำมันใส่ผมหรือเจลมาโรงเรียน ถือว่าผิดกฎ แต่มันก็มีพวกชอบแหกกฎอยู่แล้วล่ะ เหมือนว่าจะกลัวอาจารย์ฝ่ายปกครองจะว่างงาน เดี๋ยวแกเหงา...
จุดนั้น ถ้าใครใส่น้ำมันแอคชั่นมาโรงเรียน ผมเงาแว๊บ หรือใส่เจลทำผมตั้งๆ บุคคลนั้นจะถูกสรรเสริญเยินยอจากคนรอบๆข้าง แต่ถ้าระหว่างวัน เดินไปประจันหน้ากับอาจารย์ฝ่ายปกครองเข้าล่ะก็... "ไปล้างออกเดี๋ยวนี้"(เสียงสูงปรี๊ด)
เด็กม.ต้นกับเรื่องทรงผม เป็นอะไรที่กดดันพอสมควร เพราะอาจารย์ฝ่ายปกครองจะตั้งด่านตรวจหลังจากเลิกเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้าเป็นประจำ หึหึ...มานี่เลย งิบๆๆ
จำได้ว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านชอบงิบผมนักเรียนมากๆ ชอบเป็นชีวิตจิตใจ นักเรียนจึงตั้งฉายาให้ว่า "ธิดา บาร์เบอร์"
ผมไม่ค่อยประสบปัญหาเรื่องโดนตรวจผมซักเท่าไหร่ เพราะช่วงนั้นผมจะตัดทรงสั้นมากๆเป็นทรงประจำตัวไปเลย แต่ก็มีปัญหาอื่นเข้ามาแทน การที่ตัดผมทรงนักเรียนไถข้างหลังขาวๆ จะตกเป็นเป้าหมายของไอ้พวกมือตบ ไอ้พวกนี้จะชอบย่องมาข้างหลัง แล้วก็....เพี๊ยะ!!
"เออ.... ดังดีว่ะ"
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะของคนรอบๆตัว
....
....
กูล่ะเกลียดพวกมึงจริงๆ...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น